วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เขียนมั่วๆ ผิดถูก ช่างปะไร!

ใครๆก็ปรารถนาอยากจะเป็นนักเขียนมืออาชีพ เขียนงานที่มีคุณภาพกันทั้งนั้นแหละ ปัญหาของคนฝึกเขียนใหม่ๆ คือ เขียนไม่ได้ เขียนไม่ออก เรียบเรียงไม่เป็น คิดโครงร่างไม่ถูก สารพัดปัญหาต้องใช้เวลาในการจัดการกว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ 

ผมชอบการเขียนแนวมั่วๆเป็นจุดเริ่มต้นของงานเขียน เขียนมั่วๆแบบไม่สนใจใคร คิดได้อย่างไรก็เขียนไป ไม่อิงกับข้อมูลมากนัก ฝึกคิดให้สมองทำงาน ลับสมองให้มีความเฉียบคม ดึงคำออกมาให้ได้มากที่สุด จะเป็นคำอะไรก็แล้วแต่ จากนั้นคิดเชื่อมโยงให้เป็นรูปประโยชน์ ถูกบ้าง ผิดบ้าง ช่างปะไร 

อยากจะเขียน คนเขียนเป็นแล้ว เขาจะพูดอะไรก็ได้หมด พูดให้ตัวเองดูเท่ห์ กูเก่ง ฉลาด ฝึกหัดตนเองทุกวัน ประมาณนั้น คนเริ่มต้นดิ้นรนละทีนี้ อยากจะเป็นเหมือนเขา ผมคนหนึ่งแหละครับ ที่อยากจะเป็นอย่างนั้น วิธีการของผมคือ เขียนมั่วๆ ฝึกไปเรื่อยๆ 

แต่อีกบทบาทหนึ่งก็ต้องอ่านไปด้วย เก็บคำ เก็บสำนวนดีๆ ไว้ในสมอง เก็บข้อมูลที่มีสาระประโยชน์ไว้เรื่อยๆ ตอนเขียนมันจะผุดออกมาโดยที่เราเองก็งงๆเหมือนกันมันมาจากไหน อย่างไร


ผมเขียนไม่เก่งนะ แต่ผมเขียนบ่อยๆเกือบทุกวัน เขียนมั่วๆไป โดยเชื่อว่า สักวันการเขียนของเราจะมีรูปแบบชัดเจน เนื้อหาคับคั่ง เพียบพร้อมด้วยสาระ เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน แน่นอน! ไม่วันใดก็วันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าอันไกลโพ้น! 

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ เหมือนอยู่ในขั้นเริ่มต้นเขียน เป็นวิธีฝึกเขียน ที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง เขียนมั่วๆ มันเขียนง่าย ไม่มีอะไรต้องปวดหัว ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลอะไรทั้งนั้น เขียนขึ้นมาจากความคิดของตนเอง ที่ได้เห็น ฟัง อ่าน ซึ่งเรามีข้อมูลบางอย่างสั่งสมในสมองเรา ขุด ดึงออกมาให้ได้

วันหนึ่งเราเขียนมันก็หลั่งไหลออกมา ยิ่งวันไหนที่มีความเงียบสงบ ก็ยิ่งไหลออกมาใหญ่ชนิดที่พิมพ์ไม่ทัน มาจากไหนไม่รู้ ผมใช้วิธีแบบนี้ฝึกเขียน จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมั่วๆอยู่เลย 

อ่านบทความของนักเขียนที่เขาเขียนเก่ง ก็หลากหลายความคิดส่วนใหญ่ไปในแนวให้พัฒนาการเขียนของตนเองให้สมบูรณ์ที่สุด เนื้อหาอ่านเข้าใจง่าย ไม่วกวน ซ้ำซาก สั้นกะทัดรัดได้ใจความ ถูกต้องตามหลักภาษาไทย และให้ถูกต้องตามหลักของ google เป็นการสร้างคอนเทนท์บนเว็บไซต์ เพื่อดึงคนเข้าเว็บไซต์ของเรา

เขียนให้ google ถูกใจ จะได้ดึงบทความของเราขึ้นหน้าหนึ่งไง เขาเรียกอะไรนะครับ “SEO” น่าจะใช่ seo มีความสำคัญต่อการทำเว็บไซต์มากๆ 

ตรงกันข้ามผมไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่เพราะอะไรเหรอ เพราะว่า ผมฝึกเขียนไง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ขออย่างเดียว เขียนบทความอย่างน้อยให้ได้วันละ 1 บทความ 

ความเป็นจริงก็ยังทำไม่ได้หรอกครับ ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ สู้กับความคิดยากที่สุด กว่าจะเอาชนะลากสังขารเขียนให้ได้นะ แทบกระอักเลือด กว่าจะเขียนได้ 1บทความนะ เหนื่อยๆเลย 

ทั้งๆที่เขียนแบบมั่วๆนะ ไม่ใช่จะเขียนได้ง่ายๆ มันมีปัจจัยหลายอย่างมากๆ ถ้าไม่จริงจัง ไม่ตั้งใจจะเขียนจริงๆ บทความไม่ได้เกิดครับ เขียนมั่วง่ายที่สุด ยังไม่เขียน แล้วจะเขียนให้มีคุณภาพ น่าอ่านได้อย่างไรใช่ไหมครับ! 

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เขียนมั่วๆ เขียนไม่มีคุณภาพ แล้วจะทำไม

ใช่แล้วครับ! เขียนมั่วๆ คิดไรมากละ ขอให้เขียนได้ออกมาเป็นตัวหนังสือสุดยอดแล้ว ส่วนการเขียนให้ดี มีคุณภาพ ถูกหลักภาษาต้องใช้เวลานานๆแสนนาน ผมไม่ได้สนใจใครหรอกนะ อยากจะเขียนก็เขียนเลย ไม่รอให้เก่ง กว่าจะถึงวันนั้นกลัวตายก่อนครับ เขียนมั่วๆ นี้แหละจะทำให้เราเก่งขึ้นในอนาคตอีกไม่นานนี้

ผมเชื่อแบบนี้ ก็เลยเขียนไม่หยุด เขียนทุกวัน พิมพ์ทุกวัน ปวดนิ้วมือ ปวดไหล่ เครียดด้วยนะจะบอกให้ ขนาดเขียนมั่วๆนะยังเครียด ถ้าเขียนแบบคุณภาพ มีแบบแผน สงสัยอ้วกแตกทุกวัน ฝึกเขียนมั่วๆนี้ละครับ จะทำให้เราได้เริ่มต้นเขียนอย่างจริงจัง ไม่แคร์สื่อ ทำไงละเราอยากจะเขียนช่วยไม่ได้ ที่สำคัญประกาศ รับจ้างเขียนบทความมั่วๆ อีกนะ 

หารายได้เสริม เผื่อมีคนมาจ้าง ไม่แน่นะ เขาอาจสนใจแนวทางการทำตลาดแบบใหม่ เป็นการสร้างกลยุทธ์คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ทำให้ลูกค้างง! อะไรว่ะเนี๋ย เขียนไม่รู้เรื่อง ผู้เขียนพยายามจะสื่อสารอะไรหนอ แหม! ไม่ได้สื่อสารอะไรหรอก แค่อยากจะเขียนให้ได้ และเขียนบทความขายด้วย สำคัญนะทุกวันนี้ เว็บไซต์จำเป็นต้องมีเนื้อหาข้อมูล 

ทำเว็บเปล่าคงไม่เกิดประโยชน์อันใด เว็บต้องมีเนื้อหา บางทีเจ้าของก็นึกไม่ออก เขียนไม่ได้ นี้แหละคือโอกาสของการเขียนมั่วๆ รับเขียนมั่วๆครับ ง่ายที่สุด มีโอกาสได้ขายงานเขียนด้วย ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนซื้อ มีเหมือนกัน บทความมั่วๆ ติดหน้า google ได้เหมือนกัน พอติดหน้า google คุณอยากจะขายอะไรละ ขายได้หมด ใส่สินค้าลงไป 

ประกาศขาย แนบบทความคอนเทนต์มั่วๆไป ได้ไม่ได้ไม่รู้ ขอเพียงลงมือทำ เรียนรู้ไป เดี๋ยวก็เก่งเองแหละ ต่อไปคงเขียนได้ดี มีคุณภาพ ตั้งราคาบทความสูงๆได้ เอาแบบว่า 1 บทความ ขาย 5000 บาทก็ยังได้ ไม่มีคนซื้อใช่ไหม ใช้โพสต์ลงในเว็บไซต์ของตัวเอง บทความมั่วๆเหมือนกันไม่มีคนซื้อ เราก็โพสต์ลงในเว็บบล็อกซะเลย 

โชว์ทักษะการเขียนอันยอดแย่! สุดๆไป เขียนแย่ๆ แต่ก็เขียน ดีกว่าไม่เขียน เขียนไม่เป็น รอคอยพึ่งคนอื่นตลอด จ้างเป็นอย่างเดียว มีเงิน กูรวยทำไงได้! เออ แบบนี้เรียกแพงขึ้นไปอีก รับจ้างเขียนบทความมั่วๆ เรียกแพงก็ได้นะ เพื่อไม่ให้ใครมาจ้างเรา เอาบทความไว้ใช้เอง ไม่ให้ใครจ้างจะประกาศทำไม ก็ผมทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งไง 

คุณไม่รู้เหรอ ตอนนี้คุณคือลูกค้าของผม เป็นลูกค้าผมแบบไม่รู้ตัว “ตื่นๆมีเรื่องแล้ว” คุณจะใช้บริการผมแบบงง จ่ายเงินแบบงง จ้างผมเขียนมั่วๆ เอาไปใช้ทำคอนเทนต์เรียกคนเข้าเว็บ สไตล์มั่วๆ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลูกค้าจำได้นะ เว็บนี้เขียนมั่วๆไม่อ่านแล้ว คุณไม่รู้เหรอ ถึงมั่วๆแต่ได้ลงมือทำ ไม่ได้แค่คิด แล้วไม่ทำอะไรเลย 

ขณะที่ผมมั่วๆทุกวัน คือ ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ขณะคนไม่เขียนมั่วๆเหมือนผม ได้แค่คิด ไม่ได้ทำอะไรเลย คือ อยู่จุดเดิม ไม่ไปไหน เอิกๆ! ผมไปก่อนละนะ คุณอยู่ที่เดิมก็แล้วกัน มาเขียนมั่วๆกันเถอะครับ